การให้นมแม่ตามธรรมชาติ
การให้นมบุตรถือเป็นสัญชาตญาณความเป็นแม่ของสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด คุณแม่ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือหรือถามผู้รู้เกี่ยวกับการให้นมจากเต้าสู่ลูกน้อยเลยก็ได้ เพียงคุณแม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขยัน สะอาด และมุ่งมั่น เพียงเท่านี้คุณแม่ก็สามารถให้นมลูกจากเต้าได้อย่างราบรื่นจนลูกโตได้ หลักการให้นมตามธรรมชาติก็คือให้ลูกดูดทุกครั้งที่ลูกหิว ตามธรรมชาติแล้วเด็กจะดูดบ่อยในช่วงแรกเกิด ซึ่งหากคุณแม่ให้ลูกดูดบ่อยๆก็จะกระตุ้นปริมาณน้ำนมหลังแรกคลอดได้เป็นอย่างดี หรือหากคุณแม่ต้องการให้แน่ใจว่าประมาณน้ำนมจะเพิ่มขึ้นให้เพียงพอต่อการบริโภคของทารก สามารถใช้เครื่องปั๊มน้ำนมที่มีระบบกระตุ้นเลียนแบบการดูดตามธรรมชาติของทารกปั๊มต่อจากที่ทารกดูดเสร็จแล้วเพื่อให้เกลี้ยงเต้าสนิท โดยเปิดแรงดูดน้อยๆแต่ความถี่มากๆ ซึ่งจะไม่ทำให้คุณแม่เจ็บแต่อย่างใดหากมีน้ำนมเหลือในเต้าคุณแม่ไม่ควรทิ้งเพราะหลังคลอดใหม่ๆน้ำนมจะมีสีเหลืองเข้มอันอุดมไปด้วยประโยชน์นานาประการ ไม่ควรปล่อยให้เหลือน้ำนมค้างในเต้าหลังการให้นม เพราะจะทำให้ร่างการผลิตน้ำนมน้อยลงในครั้งต่อๆไป คุณแม่อาจต้องเรียนรู้ถึงความเจ็บปวดบ้างหากลูกน้อยงับเต้านมตื้นเกินไป ซึ่งก็จะทำให้หัวนมคุณแม่แตกได้ แต่ถึงอย่างไรในการให้นมในท้องที่สองก็ยังคงจะหัวนมแตกอีกอยู่ดี เพราะหัวนมที่ไม่ได้ถูกลูกดูดมานานก็มีความทนทานน้อยกว่าหัวนมที่ถูกดูดเป็นประจำ โปรดคิดไว้เสมอว่าหากการให้นมจากเต้าเป็นเรื่องยุ่งยากจริง มนุษยชาติคงล่มสลายไปนานแล้ว การให้นมแม่อาจเป็นเรื่องเครียดๆสำหรับคุณแม่ทั้งมือใหม่มือเก่าในช่วงแรกคลอด แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นจนถึงดีมากในสัปดาห์ที่ 6 หลังคลอดในเวลาที่คุณแม่มีน้ำนมเก็บเต็มตู้จนสบายใจได้เรื่องปริมาณน้ำนมและความชำนาญในการให้นมของตัวเอง ปัจจุบันทางการแพทย์หันมาแนะนำให้คุณแม่ให้นมลูกอย่างน้อย 6 เดือน (แม่แต่น้ำก็ไม่ควรดื่ม)หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับชีวิตประจำวันและวิจารณยานของคุณแม่ที่จะให้นมบุตรต่อหรือไม่
ซึ่งคุณแม่ที่มีความมุ่งมั่นที่จะให้นมแม่แก่ลูกหลายท่านจบลงที่การให้นมลูกนาน 2 ปีเป็นส่วนใหญ่
ปัญหาที่พบบ่อยกับการให้นมแม่ในปัจจุบัน
คุณแม่ทุกวันนี้ผ่าคลอดกันมาก ขณะที่การให้นมแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ได้ คุณแม่ที่ผ่าคลอดส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำนมมาช้ากว่าคุณแม่ที่คลอดตามธรรมชาติ เหตุนี้จึงทำให้ทารกที่ได้น้ำนมไม่เพียงพอในช่วง2-3วันแรกเกิดภาวะตัวเหลืองได้ ซึ่งคุณแม่ทั่วไปจะทราบได้ยากว่าทารกเกิดภาวะตัวเหลืองแล้ว แต่โชคดีที่การผ่าคลอดตามโรงพยาบาลจะอนุญาตให้คุณแม่ออกจากโรงพยาบาลภายใน 3 วันเป็นอย่างเร็ว ซึ่งหากไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณ เราแนะนำว่าให้คุณแม่อยู่โรงพยาบาลต่อให้ครบ5วันเพื่อให้คุณหมอตรวจทารกจนมั่นใจว่าทารกตัวไม่เหลืองและคุณแม่มีน้ำนมมากพอแล้ว หากไม่จำเป็นเราไม่แนะนำให้คุณแม่ใช้นมผงร่วมกับการให้นมจากเต้า เพราะเมื่อทารกอิ่มนมผงแล้วจะอิ่มนานและไม่อยากดูดนมเต้าบ่อยเท่าที่ควรจะเป็น ทำให้การกระตุ้นน้ำนมของคุณแม่ถูกบั่นทอนและปริมาณน้ำนมอาจลดลงได้ ที่สำคัญทารกอาจปฏิเสธการดูดนมจากเต้าเพราะน้ำนมจากขวดไหลง่ายและเร็วกว่าการดูดนมจากเต้าซึ่งต้องใช้แรงในการดูดมากกว่าการดูดนมจากขวด คุณแม่ที่ต้องการให้นมแม่ควรเลือกคลอดที่โรงพยาบาลที่สนับสนุนการให้นมแม่ เพื่อจะได้พบกับบุคคลากรที่ช่วยพาคุณแม่ไปให้ถึงจุดหมายได้โดยไม่ไขว้เขว
ทำไมแม่บางคนไม่มีน้ำนม
ปัจจัยที่มีผลกับปริมาณน้ำนมแม่มากที่สุดคือความเครียด คุณแม่ที่มีความเครียดมากเกินไปมักไม่มีน้ำนม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแม่สามี แม่ตัวเอง พี่เลี้ยงลูก สามีตัวเอง ฯลฯ ขอให้ปล่อยวางที่สุด ยิ่งกังวลมากก็ยิ่งไม่มีน้ำนม พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มาก อย่ารีบลดน้ำหนัก พักผ่อนมากๆ ปล่อยเรื่องลูกให้เป็นหน้าที่ของบุคคลากรในโรงพยาบาลอย่างน้อยก็ช่วงที่ยังไม่กลับบ้าน ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ขยันให้ลูกดูดและใช้เครื่องปั๊มช่วยบ่อยๆ ทารกบางคนหนักไปทางนอนและไม่ค่อยยอมตื่นมาดูดนม หรือทารกบางคนอยู่ในตู้อบและออกมาช่วยดูดเต้าไม่ได้ คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ขาดการกระตุ้นโดยเด็ดขาด
คุณพ่อกับการให้นม
คุณพ่อสมัยใหม่หลายท่านอยากที่จะมีบทบาทในการเลี้ยงลูกให้ทัดเทียมกับคุณแม่ แต่จะเป็นไปได้หรือ?!?!
สิ่งที่คุณพ่อทำได้ก็คือ เอาใจคุณแม่ทุกทางที่จะทำได้ แบ่งเบาภาระคุณแม่ให้มากที่สุด ช่วยป้อนนมลูกเมื่อคุณแม่ปั๊มใส่ขวดให้ซึ่งคุณแม่เองจะได้มีเวลานอนพักผ่อนมากขึ้น อันจะส่งผลให้คุณแม่มีน้ำนมมากพอหรือเกินพอจนเหลือเก็บเป็นสต็อคได้อีกด้วย
คุณพ่ออาจช่วยอาบน้ำแต่งตัว กล่อมนอน หากคุณพ่ออยากให้ลูกติดก็ไม่ยาก เพียงนอนกับลูกแทนคุณแม่ก็จะเห็นผลได้ชัดเจน แต่โปรดระวังว่าลูกอาจจะต้องนอนกับคุณไปจนโต ซึ่งก็ยากที่จะแยกห้องนอนลูกกันออกไปได้
ลิ้งค์เว็บการให้น้ำนม Ameda (คลิ๊ก)
